5 แท็บเล็ตราคาหย่อมเหย้า ซื้อไว้เรียนออนไลน์ได้สบาย

แท็บเล็ตราคาหย่อมเหย้า ซื้อไว้เรียนออนไลน์ได้สบาย

เดี๋ยวนี้ปัญหาที่ผู้ปกครองต้องเจอ มันไม่ได้มีแค่เรื่องอุปกรณ์การเรียน ที่เป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หรืออุปกรณ์สำหรับวาดเขียนอีกแล้ว แต่ปัญหาหลักตอนนี้คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องใช้ในการเรียนออนไลน์ โอเคล่ะว่า ถ้าบ้านไหนมีคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก การเรียนออนไลน์ก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าไม่มีอีกอุปกรณ์ที่ช่วยได้คือ แท็บเล็ต ซึ่งต้องบอกว่า   แท็บเล็ตในปัจจุบันราคาไม่แพงเลย มีงบไม่ถึง 5,000 บาท ก็สามารถเลือกซื้อแท็บเล็ตดี ๆ มาใช้เรียนออนไลน์ได้แล้ว ส่วนจะมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง ตามไปดู 5 แท็บเล็ตราคาหย่อมเหย้า ซื้อไว้เรียนออนไลน์ได้สบาย กันเลย

5 แท็บเล็ตราคาหย่อมเหย้า ซื้อไว้เรียนออนไลน์ได้สบาย

  1. Lenovo แท็บแล็ต รุ่น M8 TB-8505X
แท็บแล็ต รุ่น M8 TB-8505X

แท็บเล็ตรุ่นแรกขอแนะนำเป็น Lenovo แท็บแล็ต รุ่น M8 TB-8505X เลยค่ะ แท็บเล็ตฟังก์ชั่นครบเครื่องนี้ ขายในราคา 4,690 บาท นี่ถือเป็นแท็ลเล็ตที่เหมาะกับเด็ก ๆ ที่สุด โดยจะมาพร้อมกับตัวเครื่องที่มีขนาดกะทัดรัดและหน้าจอขนาด         8.0 นิ้ว ซึ่งถือว่าใหญ่กำลังดีและยังช่วยถนอมสายตา เพราะถูกเคลือบด้วยสารป้องกันแสงสีฟ้า ทั้งยังพกพาง่าย สามารถนำติดตัวไปโรงเรียนได้สะดวก นอกจากนี้ ยังมีโหมดสำหรับเด็กโดยเฉพาะอย่าง Kids Mode ที่มีไว้เพื่อจำกัดการเข้าถึงข้อมูลหรือสื่อต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ที่ไม่เหมาะสมอีกด้วยค่ะ

  1. Huawei Mediapad T3 7.0
Huawei Mediapad T3 7.0

มาต่อกันที่แบรนด์ดังฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่กันบ้างค่ะ กับแบรนด์หัวเว่ย โดยรุ่นที่เราอยากจะแนะนำในวันนี้ เป็น Huawei Mediapad T3 7.0 ที่ขายในราคา 4,990 บาท เจ้าเครื่องนี้นอกจากดีไซน์จะสวยสะดุดตาแล้ว

ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่ให้มายังครบมาก ๆ แท็บเล็ตหน้าจอ 7 นิ้ว ความละเอียด 600 x 1024 พิกเซล หน้าจอแสดงผล HD ดีไซส์สวยด้านหลังมีความโค้งเล็กหน้อย มีระบบโซนสำหรับเด็ก

ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 ความเร็วในการประมวลผล CPU Quad-Core 1.3 GHz หน่วยความจำภายใน ROM 8 GB แรม 1 GB สามารถเพิ่มเมมได้128 GB มีน้ำหนักเบาเพียง 265 กรัม สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้ ถือเป็นการซื้อเครื่องเดียวครบเลยค่ะ

  1. แท็บเล็ต Alldocube รุ่น Power M3
Alldocube รุ่น Power M3

มาต่อกันที่แท็บเล็ตรูปทรงสวย ที่ใครเห็นก็ต้องอยากได้กับ Alldocube รุ่น Power M3 ความจริงแล้วราคาขายของเครื่องนี้อยู่ที่ 7,990 บาท ซึ่งถือเป็นราคากลาง ๆ

แต่ตอนนี้เจ้า แท็บเล็ต Alldocube รุ่น Power M3 มันลดราคาเหลือเพียง 4,390 บาท จึงเหมาะมาก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ จะซื้อให้ลูก ๆ ได้เรียนออนไลน์ Alldocube มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 10.1 นิ้ว

ขณะที่น้ำหนักของตัวแท็บเล็ตอยู่ที่เพียง 521 กรัม ความละเอียดหน้าจอสูงถึง 1920 x 1200 เป็นแบบ IPS ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 และรองรับ 4G นอกจากนี้ยังสามารถใส่ซิมการ์ดเพื่อการรับสายโทรเข้าและโทรออกได้ รวมถึงใช้อินเทอร์เน็ตจากซิมการ์ดได้ด้วยนะคะ

  1. Samsung Galaxy Tab A 8.0
Samsung Galaxy Tab A 8.0

แท็บเล็ตสุดฮิตอีกแบรนด์ ที่ได้ใจกลุ่มลูกค้าไปเต็ม ๆ ต้องยกให้ Samsung เลยค่ะ โดยรุ่นที่เราอยากจะนำเสนอในวันนี้คือ Samsung Galaxy Tab A 8.0 แท็บเล็ตราคาประหยัด แต่ฟังก์ชั่นครบ พกพาง่ายด้วยหน้าจอกว้างขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด 800 x 1280 pixels

ใช้งานสะดวกและได้มุมมองที่เต็มตายิ่งกว่า ใช้ซีพียู Snapdragon 429 Octa Core ใช้งานไหลลื่น พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,100 mAh รับรองว่าใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวันเลยทีเดียว

  1. Teclast รุ่น P20HD
Teclast รุ่น P20HD

ปิดท้ายกันที่ Teclast รุ่น P20HD ที่หลายคนหมายปองเอาไว้มากเป็นอันดับต้น ๆ ความจริงแล้วราคาเต็มของเจ้า Teclast รุ่น P20HD อยู่ที่ 6,959 บาท แต่ช่วงนี้มีโปรโมชั่นลดราคาลงมาครึ่งหนึ่ง

ถ้าคุณพ่อคุณแม่ต้องการ จะจ่ายอยู่ที่ 3,788 บาทเท่านั้นเอง Teclast ทำจากโลหะคุณภาพดี ช่วยให้คุณมั่นใจในการใช้งานมากขึ้น แถมยังมีความบางและน้ำหนักเบาเพียง 531 กรัมเท่านั้น

ส่วนขนาดหน้าจอก็ใหญ่กำลังดีที่ 10.1 นิ้ว ชนิด IPS ความละเอียด FHD คมชัดได้มาตรฐาน ทั้งยังตอบสนองได้รวดเร็วและรองรับแอปพลิเคชันในปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น

เพราะใช้ระบบปฏิบัติการ Android 10.0 พร้อม RAM 4 GB และ ROM 64 GB ไม่มากหรือน้อยเกินไป เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้เรียนออนไลน์ของน้อง ๆ ค่ะ

ผู้ปกครองท่านไหน ที่กำลังมองหาแท็บเล็ตฟังก์ชั่นครบ มาให้บุตรหลายใช้เรียนออนไลน์ ระหว่างที่รอโรงเรียนสามารถเปิดเทอมได้ ทาง checktelephone เชื่อว่า 5 รุ่นที่นำเสนอไป จะเป็นตัวเลือกที่ดีอย่างแน่นอนค่ะ

แนะนำบทความที่น่าสนใจ

ตราบใดที่เรายังไม่เปลี่ยนมุมมองชีวิต ถ้าสมมุติเราลองตั้งเป้าหมายบางอย่างเอาไว้แบบจริงจัง อย่างเช่นการไปเที่ยวคนเดียว เดินทางไกลคนเดียว หรือเอาเรื่องง่าย ๆ แค่ลองกินข้าวคนเดียวดูบ้าง แต่ติดที่ว่าไม่กล้า และไม่ลงมือทำสักที นั่นก็เท่ากับว่าเรายังอยู่ใน Comfort Zone แบบเดิม ๆ ของเรา โดยไม่มีการพัฒนา ซึ่งหากเพื่อน ๆ อยากมองโลกได้กว้างขึ้น ต้อง กล้าจะออกจาก Comfort Zone ตามไปอ่านกันได้เลย